Thursday, June 3, 2021

Review IP cost

 ลองกลับมาทบทวนกันอีกสักรอบ


https://www.myaccount-cloud.com/en/Article/Detail/88580



 วิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามีอยู่ 3 วิธีหลัก

          1. วิธีประเมินจากรายได้ (the income approach) เหมาะสำหรับการประเมินมูลค่าของสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ เนื่องจากเป็นการพิจารณาจากความสามารถในการสร้างรายได้ของทรัพย์สินทางปัญญานั้น วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถแบ่งย่อยได้อีก 2 รูปแบบคือ

      • แบบไม่รวมค่าสิทธิ (relief from royalty method)

          โดยทั่วไปบริษัทจะกำหนดมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาโดยเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียง เมื่อได้ตัวเลขมาแล้วบริษัทก็จะคำนวณเป็นตัวเงินในมูลค่าปัจจุบัน ซึ่งจะไม่รวมกับค่าใช้จ่ายในส่วนของรอยัลตี้หรือค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิ ที่บริษัทเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเรียกเก็บจากผู้ขอใช้สิทธิ์ แม้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องตรงที่ไม่ได้รวมมูลค่าเต็มของจำนวนทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการอนุญาตให้ใช้สิทธิได้หลายบริษัทพร้อมกัน

      • แบบรายได้เพิ่มพูน (incremental income method)

          วีธีนี้ยังสามารถแยกได้อีก 2 รูปแบบ

          - วิธีคำนวณรายได้เพิ่มพูนในอนาคตที่คิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบันแล้ว ซึ่งหมายถึง การคัดแยกรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นจาการเพิ่มขึ้นของยอดขาหรือจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เป็นผลจากการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา

          - วิธีแปลงรายได้เพิ่มพูนให้เป็นทุน รูปแบบนี้มุ่งเน้นที่รายได้จริงที่มาจากการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา แล้วใช้ข้อมูลนี้เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มในอนาคตรายปี และหักออกด้วยอัตราการแปลงเป็นทุน

          2. วิธีคิดจากราคาตลาด (the market approach) วิธีนี้เป็นการเปรียบเทียบมูลค่าการตลาดกับทรัพย์สินทางปัญญาที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งจำเป็นต้องมีตัวกลางเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการเทียบเคียงขึ้นมาก่อนจึงจะสามารถประเมินมูลค่าได้ แต่ในความเป็นจริงตลาดในอุดมคตินั้นไม่มีอยู่จริง จึงค่อนข้างยุ่งยากที่จะหาข้อมูลราคามาเปรียบเทียบ วิธีนี้จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

          3. วิธีคิดจากค่าใช้จ่าย (the cost approach) ในกรณีที่มูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคตของทรัพย์สินทางปัญญานั้นยังไม่ชัดเจนพอเพียง ก็จะคำนวนมูลค่าจากค่าใช้จ่ายในกระบวนการพัฒนาหรือสร้างทรัพย์สินทางปัญญานั้นขึ้นมาแทน วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้น้อยที่สุด ด้วยเหตุที่ว่าโดยปกติแล้ว ค่าใช้จ่าย (cost) กับ มูลค่า (value) ไม่เท่ากันเสมอไป และมูลค่าของทรัพย์สินไม่ได้ดูจากรายจ่ายอย่างเดียว เพราะรายจ่ายในการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้เป็นตัวกำหนดความสามารถในการทำรายได้ในอนาคตของทรัพย์สินทางปัญญา

          ด้วยเหตุนี้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้ได้แม่นยำที่สุด ควรใช้วิธีการประเมินจากรายได้ ควบคู่ไปกับค่าใช้จ่าย จะช่วยให้การลงบัญชีบริษัทมีความถูกต้องมากขึ้น

บทความโดย: https://th.jobsdb.com



Wednesday, April 29, 2020

ปลูกผักและเมล้ดพันธ์Product of Nature

ช่วงนี้เป็นช่วงกักตัวจากไวรัส และภาครัฐบางประเทศก็คาดหวังว่าต้องรอดด้วยการมีอาหารของตัวเองเพราะหลายประเทศไม่สามารถบริหารจัดการหรือไม่มีความสามารถทางการเงินหรือเศรษฐกิจหรือทรัพยากรอันมีค่าพอที่จะเป็นรัฐสวัสดิการ ดูแลผู้คนราษฎรได้ร้อยเปอร์เซนต์ กระทั่งการนำเข้าส่งออกสินค้า ก็ต้องมีตลาดมากมาย ไม่งั้นก็จะมีปัญหาการผูกขาด การมีส่วนร่วมและความสามัคคีของชุมชนในการเอาชีวิตรอดพ้นวิกฤต ต้องอาศัยการช่วยเหลือกันเองก่อน ในภาครัฐและภาคีเครือข่าย ส่วนภาคธุรกิจ ในเมื่อภาครัฐไม่ทุ่มเททรัพยากรไปในการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือเทคโนโลยีและplatformใหม่ ในประเทศนั้นๆ งบประมาณมหาศาลบางส่วน จึงทุ่มไปกับการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามา โดยผู้ซื้อเสียส่วนแบ่งรายได้ให้แก่รัฐเจ้าของสินค้าเทคโนโลยี นั้นๆในทุกรูปแบบตามแต่ประเทศเหล่านั้นจะสามารถจัดการรายได้เหล่านี้ได้โปร่งใสมากน้อยเพียงใด หากบริหารจัดการรายได้ภาครัฐไม่ดีในบางประเทศก็เกิด ช่องว่างของรายได้ของประชาชนมาก ภาคธุรกิจที่แข็งแกร่งช่วยขายของให้SMEsรายย่อยได้ไม่มากเพราะต้องดูแลสายการผลิตหลักของตนด้วย การผลักการค้าขนาดเล็กให้เติบใหญ่ต้องมีช่องทางที่แข็งแกร่งของภาครัฐและเอกชน จนบางประเทศต้องออกมาแต่งตั้งองค์กรที่ไม่อยู่ในกำกับสายตรงทั้งรัฐหรือเอกชน ให้บริหารจัดการเป็นกรณีพิเศษเพราะกลไกภาครัฐไม่สามารถบริหารจัดการได้ในการขยายสาขาและขุมกำลังในการค้าในระดับต่างประเทศ
การสร้างเนื้อสร้างตัวการแข่งขันด้านไอเดียในการทำธุรกิจเพื่อให้อยู่ได้ด้วยรายได้จากการคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆยังไม่มี ไม่มีศักยภาพพอที่จะแข่งขันได้

เรื่องการปลูกผักไว้บริโภคในครัวเรือนนับเป็นเรื่องที่ดี และภาครัฐก็หวังว่า การมีแหล่งอาหารในบ้านเมืองของตน ดีกว่านำเข้ามาจากต่างประเทศ และทรัพยากรก็หมุนเวียนไปในประเทศ ประคองการกินไม่อิ่มจากการขาดรายได้ของพนักงานลูกจ้างจากภาคธุรกิจที่หยุดกิจการและเลิกจ้างพักงานกันไปในช่วงวิกฤต ธุรกิจประดิษฐ์หลายอย่างใช้ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ไปแล้ว เขายังขายสินค้าของเขาได้ โดยพนักงานที่ติดโรคไวรัสได้ก็พักไปใช้เทคโนโลยีไประยะหนึ่งก่อน สินค้าก็ยังผลิตได้ไปรับทรัพย์จากประเทศที่ไม่ยอมพัฒนาสินค้าจากการคิดสร้างสรรค์ใหม่ สินค้านวัตกรรม สินค้าที่มาจากทรัพย์สินทางปัญญาของคน แต่ยังมีรายได้หรือรายได้ในอนาคต ที่หวังจะใช้งานกำลังคนในประเทศผลิตเงินให้ประเทศนั้นๆต่อไป เพื่อใช้คืนเงินรายได้ในอนาคต
https://finance.yahoo.com/news/fed-helping-keep-mortgage-rates-204030257.html



บางประเทศอาศัยว่าทรัพยากรทางวัฒนธรรมและธรรมชาติมากมีรายได้จากการท่องเที่ยว เมื่อไวรัสมาวิกฤตมา แต่ไม่สามารถมีรายได้แบบเดิมๆอีก ไม่ว่า เรื่องการเดินทางและที่พัก อันที่จริงนับเป็นโอกาศในการพัฒนาคนผ่านระบบการเรียนการสอนออนไลน์ ได้เรียนเนื้อหาสิ่งใหม่ และการทดลองหยิบจับก็อาจใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงก็ได้visual  reality กลับมาทำงานได้ทักษะใหม่ๆต่อไป


https://mobidev.biz/blog/augmented-reality-future-trends-2018-2020


ตอนที่เราโดนขณะกักตัวกันก็คงใช้เทคโนโลยีกันอย่างจำเป็นการบันเทิงและอื่นๆกันแทบทุกวัน
ส่วนท่านที่ทำงานจากที่บ้านไม่ได้ เพราะ ภาครัฐและเอกชนของบางประเทศไม่อาจดูแลท่านไดได้เนื่องจากบริหารรายได้ของประเทศไปในการซื้อเทคโนโนโลยีเ้ข้ามาแต่ไม่ประดิษฐ์เอง แต่ซื้อเท่าไหร่ก็คงจะไม่พอจนต้องหาเงินวิธีอื่น เพราะซื้อเทคโนโลยีเข้ามา แต่ไม่พัฒนาคน ให้สามารถด้านเทคโโลยีการประดิษฐ์ ซึ่งค่าสิทธิที่นักประดิษฐ์ได้รับนั้นมีค่าสูงมาก รายได้จากทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับการคุ้มครองจากประเทศที่พัฒนาในด้านดารค้าและธุรกิจ รวมทั้งการแบ่งปันผลประโยชน์แก่นักประดิษฐ์ แลันักวิจัยทางพันธุกรรม หรือนักวิจัยเพื่อยารักษาโรค มีมูลค่าสูงลิ่ว เช่น ค่าสิทธิบัตร ค่าสิทธ์ และต้องซื้อเทคโนโลยีต่อๆกันไปอีก เช่นนักพัฒนารถยนต์ นักพัฒนาอุปกรณ์ ต้องจ่ายในราคาcertificated นอกเหนือ จาก สิทธิบัตร และ ค่าสิทธิ จาก ยี่ห้อแล้ว patent to royalty to certificated from brand and trade mark การแสดงความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินทางปัญญา มีอำนาจไปถึงการต่อรองเงินทองทรัพยืสินในกระเป๋าเงินของท่านด้วย และเป้นการตกทอดสู่่ลูกหลานต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งวัดความมั่งคั่งของพลเมืองของท่านด้วย ท่านจะนำเงินทั้งหมดในประเทศของท่านไปซื้อเทคโนโลยีหรือ หากท่านไม่มีรายได้ที่มั่นคงภายในประเทศของตนเอง จริงอยู่ภูมิปัญญา ในประเทศของท่าน มี วัฒนธรรมดั้งเกิม วัฒนธรรมท้องถิ่นมากมาย แต่ธุรกิจขนาดเล็กน้อยเหล่านี้มีโอกาศเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งหรือไม่ และมีรายได้ของตนเองอย่างคล่องตัว มีโอกาศระดมทุนกับเขาในตลาดหลักทรัพยืบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ขอบริจาค หรือขายความรู้ตัวเองให้ช่องคลิปวีดีโอของต่างชาติ ที่มีนักการตลาดด้านสถิติเก็บข้อมูลวิจัยตลาดไปป้อนภาครัฐเอกชน เพื่อผลิตสินค้าเทคโนโลยีมาให้ตรงใจท่าน ที่subscribedลงทะเบียนในช่องนั้นๆ channel



เมล้ดพันธ์ เป็นสิ่งที่ธรรมชาติของพืชผลให้มา เพื่อดำรงพันธ์สืบทอดกันไป เมื่อเทคโนโลยี และทรัพยากรพันธุกรรมได้พัฒนาทางวิทยาศาสตร์เมื่อร้อยปีก่อน ทำให้ความหลากหลายของพืชและสัตว์ รวมทั้งจุลชีพพัฒนากลายพันธ์ ไปมากหลาย รวมทั้งเจ้าเชื้อชั่วที่ไม่มีวันตายนี้ด้วย ที่พวกเราต้องเผชิญ
เมล็ดพันธ์หากดูแลและรับผลประโยชน์กันเต้มที่ก็จะไม่ลำบากจากสัญญาทางธุรกิจ ที่มีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ซึ่งแบบฟอร์มสัญญากำกับโดยรัฐ แต่เนื้อความตามที่ตกลงคู่สัญญาที่มีอำนาจต่อรองน้อยต้องเสียเปรียบ นอกจากมีที่ปรึกษากฏหมายและธุรกิจที่ใช้การได้ ในการต่อรองผลประโยชนืและบริหารจัดการอดีตอนาคตและปัจจุบันของลูกค้าได้ ซึ่งนับเป็นปัญหาของพัฒนาการทางกฏหมายธุรกิจและคุณภาพของนักกฏหมายของบางประเทศอีกประการหนึ่ง



ฐานข้อมูลในเรื่องของเมล็ดพันธ์นั้นมีอยู่เพื่ออนุรักษ์ เราก็จะได้พันธ์พืชที่ไม่พัฒนาตามศักยภาพ ที่เราต้องการความใหม่และความต้องการของตลาด การพัฒนาเพื่อให้ชุมชนได้ประโยชน์จากการวิจัยและพัฒนาเป็นเรื่องสำคัญ จึงจะยกระดับรายได้ของชุมชนในประเทศนั้นๆขึ้นมา และลดปัญหาความแตกต่างของรายได้ในประเทศนั้นๆ
https://www.ipmvs.com/filewrapper-old/supreme-court-addresses-product-of-nature-doctrine-relating-to-gene-patents

ปัญหาการแบ่งปันผลประโยชน์นับเป้็นปัญหาคาราคาซังซึ่งถ้ารัฐบาลประเทศใดบริหารจัดการให้ประชาชนได้ประโยชน์ จากภาคธุรกิจได้มากกว่าเจ้าของบริษัทเทคโนโลยี และการวิจัยพัฒนา ประเทศนั้นจะมีอัตราการเติบโตของรายได้ประชากรสูงกว่ารายได้ที่ไปกระจุกตัวที่บริษัทหลักทรัพย์หรือภาคธุรกิจเท่านั้น ซึ่งรายได้ต่อหัวของประชากรปัจเจกบุคคลมากขึ้น เป็นเรื่องอันดี ที่ประชากรไม่ต้องมาหวงกันพันธ์พืชผักของตนอนุรักษ์รอวันสาบสูญ และดับสูญไปของพันธ์พืชนั้นๆ โดยไม่ต้องได้คุณสมบัติวิเศษที่สุดยอด ที่เกิดจากการพัฒนา การวิจัย โดยนักพัฒนาเมล้ดพันธ์ รายย่อย หรือรายใหญ่ที่แบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม

https://www.npr.org/2020/02/24/808134530/supreme-inequality-makes-a-case-that-the-top-u-s-court-has-widened-the-wealth-ga


ก็ต้องรอดูกันต่อไป


พลเมืองนั้น มีองค์ความรู้เต็มเปี่ยม เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองแต่ภาครัฐและเอกชน มีความสามารถในการพัฒนานวัตกรรม การวิจัย ภูมิปัยยาในประเทศของตนได้สูงสุดตามงบประมาณรายได้ของประเทศของตนได้แค่ไหน
หรือมีศักยภาพในการต่อรองเจรจาเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าของภูมิปัญญา ในประเทศแค่ไหน ให้มีรายได้ต่อหัวมากขึ้นในระดับต้นๆของโลกใบนี้

https://robot-hub.org/cotemaco-sme-support-programme/




https://robot-hub.org/cotemaco-sme-support-programme/







Review IP cost

 ลองกลับมาทบทวนกันอีกสักรอบ https://www.myaccount-cloud.com/en/Article/Detail/88580  วิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามีอยู่ 3 วิธีหลัก ...